●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Thu Jul 21, 2011 10:03 pm

แว่นตา
ปัจจุบันเราอยู่ในยุคสมัยที่แว่นตากลายเป็นของธรรมดาสามัญเสียจนคนทั่วไปเกือบจะไม่ให้ความสำคัญกับแว่นตาเลย และจะเห็นได้จากการที่เมืองไทย มีร้านแว่นตามากมายทั่วไป หมด ไม่ว่าจะเป็นไปตามถนนหนทาง ในศูนย์การค้า
และแม้แต่ ตามแผงแบกะดินข้างถนน ทั้งๆที่ความจริงแล้ว แว่นตาได้ผ่านขั้นตอนของการวิวัฒนาการมาเป็นเวลานาน
หลายร้อนหลายพันปีเคียงคู่มากับ อารยะธรรมของมนุษยชาติ กว่าจะกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญ
อีกอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราสมัยนี้

มนุษย์เรามีความจำเป็นต้องใช้แว่นตา ก็เพราะว่านัยน์ตามีความผิดปกติ หรือเสื้อสภาพไปตามธรรมชาติ
ตามกาลเวลา ซึ่งคงไม่ใช่เฉพาะในสมัยนี้เท่านั้น แม้แต่ในสมัยหิน เมื่อหมื่นสองหมื่นปีก่อน
มนุษย์ก็คงมีปัญหาสายตากันแล้ว

จากการที่มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีภูมิปัญญา รู้จักจดจำแก้ไขปัญหาต่างๆ และถ่ายทอดกันต่อๆ มาหลายร้อยหลายพันชั่วคน ก็อาจจะมีบรรพบุรุษสมัยหินของเราสักคนหนึ่ง ไปพบผลึกหินควร์ทช์ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ขนาดหนาบางพอเหมาะเข้า
และเมื่อยกมาส่องดู ก็พบว่ามันช่วยสายตาให้การมองเห็นดีขึ้น เรื่องนี้ก็คงได้บอกเล่ากันต่อมา ว่าแผ่นหินใสเช่นนี้
สามารถแก้ปัญหาเรื่องสายตาได้ แต่ผลึกคอร์ทซ์ที่ว่านี้ไม่ได้มีอยู่ตามธรรมชาติมากนัก เพราฉะนั้นก็อาจจะกลายเป็นเครื่องรางของศักดิ์สิทธิ์ประจำเผ่าไปและเป็นไปได้ว่าอาจกลายเป็นชนวนเหตุให้
เกิดสงครามการแย่งชิงกันขึ้นมาก็ได

มนุษย์ต้องรอมาอีกหลายพันปีจนถึงสมัยอารยะธรรมยุคแรกๆในอียิปต์โบราณและบาบิโลนที่มนุษย์ค้นพลการทำ

แก้วจากทรายจึงสามารถผลิตวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับผลึกควอร์ทช์ได้แต่แก้วในยุคแรกๆยังไม่สามารถนำมาใช้แก้

ปัญหาสายตาได้เพราะมีฟองอากาศและความขุ่นมัวสูงเนื่องจากเตาเผาหลอมทรายทำแก้วสมัยนั้นยังไม่สามารถสร้าง

อุณหภูมิสองๆขนาดเกินกว่า 1100 อาศาเซลเซียสให้ได้เพียงพอที่จะขจัดอุปสรรคเหล้านี้จนเมื่อประมาณสองพันปีเศษๆ

มานี้มนุษย์จึงเริ่มสามารถผลิตแก้วที่มีความใสเพิ่มขึ้นได้การค้นพบเลนส์ก็คงเป็นเรื่องบังเอิญอีกเช่นกันโตยคาดเดากัน

ว่ามนุษย์อาจจุสังเกตเห็นว่าคนโทใส่น้ำที่ทำจากแก้วใสนั้นมีคุณสมบัติสามารถขยายภาพให้เห็นได้ชัดขึ้นอันเป็นคุณ-

ลักษณะของเลนส์นูนหลังจากนั้นแล้วแก้วและการทำเลส์แว่นตาก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นเลนส์ชนิด

ต่างๆรวมทั้นเลนส์พลาสติกหลากหลายชนิดที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันและเชื่อว่าในอนาคตอันไม่ไกลนักเราจะได้ใช้

เลนส์ไฮเทคกันอีกมากมายหลายชนิดสำหรับเรื่องกรอบแว่นตานั้นค่อนข้างจะเดายากว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใดกันแน่

หลักฐานเก่าที่สุดซึ่งเป็นหนังสือหรือภาพเขียนโบราณของฝรั่งก็ค้นพบย้อนหลังไปได้เพียงประมาณ 700 ปีเศษๆเท่านั้น

เองซึ่งเทียบสมัยกับเมืองไทยหรือแถวบ้านเราแล้วก็คงประมาณยุคกรุงสุโขทัยสมัยพ่อขุนรามคำแหงหรือก่อนสร้างกรุง

ศรีอยุธยาไม่นานนักแต่ถ้าจะให้เดากันอย่างมีหลักการแล้วคิดว่ามนุษย์อาจจะคิดประดิษฐ์กรอบแว่นตาขึ้นมาได้หลังจาก

สามารถทำเลนส์จากแก้วได้แล้ว จึงน่าเชื่ออย่างมีเหตุผลว่าในสมัยจักรวรริดโรมันก่อนจะล่มลสายไปเมื่อประมาณ 1500

ปีมาแล้วชาวโรมันอาจจะเริ่มมีกรอบแว่นตาแบบง่ายๆทำจากหนังสัตว์และลวดใช้กันแล้วซึ้งก็ไม่มีหลักฐานสนับสนุนเป็น

เอกสารหรือภาพเขียนแต่ก็น่าจะเดาได้จากพยานหลักธาณแวดล้อมมากกว่ามีใครเคยคิดหรือตอบได้ไหมว่าทำไมทุกวันนี้

อิตาลีจึงเป็นแหล่งออกแบบและผลิตแฟชั่นแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในโลกคนที่เคยไปงานนิทรรศการแว่นตามิโด้ที่เมืองมิลาน

และได้เคยเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของงานนั้นมาแล้วน่าจะลองเอามาคิดดูเป็นไปได้ไหมว่าการทำกรอบแว่นตาเป็น

อุตสาหารรมที่อยู่ในสายเลือดของชาวอิตาลีซึ่งสืบรับวัฒนธรรมต่อมาจากชาวโรมันสิ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงจินตนาการของ

ผู้เขียนเองเท่านั้นจะผิดถูกอย่างไรขอท่านผู้รู้ทั้งหลายโปรดเมตตาให้อภัยด้วยที่นี้เรามาดูหลักฐานที่มีการค้นคว้ากันไว้

ผู้ประดิษฐ์กรอบแว่นตาคนแรกของโลกน่าจะเป็นชาวเมืองฟรอเรนช์ชื่อชาลวีโน่ ดามาติ (Saivino D' Armati)

เมื่อ ค.ศ.1280 ตรงกับสมัยพ่อขุนรามคำแหงพอดีช่วงนี้คงทำให้นึกถึงแว่าตาดังยี่ห้อหนึ่งของอิตาลีได้ที่เขาเชื่อกันอย่าง

นี้ก็เพราะว่าเรื่องนี้ได้ถูกบรรยายสลักไว้บนศิลาจารึกเหนือหลุมฝังศพของนักประดิษฐ์ผู้นี้เมื่อ ค.ศ.1317 แว่นตาสมัยแรก

เป็นแบบง่ายๆประกอบด้วยหนังสองชิ้นที่จับยึดเลนส์ซึ่งถูกรัดติดกับกระบังหน้าที่สวมไว้ต่ำเหนือว่าตัวเลนส์ทำจากผลึก

ควอร์ทช์เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีแก้วชนิดทำเลนส์คุณภาพดีได้เนื่องจากเมืองเวนิศเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตแก้ว

ชั้นดีมาเป็นเวลานานดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่อุตสาหรรมทำรอบแว่นตาจะเกิดขึ้นรอบๆเมืองนี้เองและเมื่อความต้องการสูง

ขึ้นอุตสาหกรรมนี้ก็ได้ขยายตัวไปที่ฮอลแลนด์และเยอรมนีและต่อๆไปในประเทศต่างๆทั่วทวีปยุโรป สำหรับเมืองไทย

นั้นแทบจะไม่มีหลักฐานบันทึกไว้เลยไม่ว่าจะเป็นเอกสารหรือภาพเขียนถ้าใครรู้หรือมีหลักฐานก็ขอให้นำมาเผยแพร่เพื่อ

เป็นวิทยาทานด้วยจักเป็นพระคุณยิ่งเพราะฉะนั้นผู้เขียนก็ต้องนั้งทางในเป็นหมอเดาอีกครั้งหนึ่งชาวสยามนั้นคงจะได้

เห็นแว่นตาครั้งแรกจากชาวโปรตุเกสและชาวฮอลันดาซึ่งเป็นฝรั่งกลุ่มแรกที่มาค้าขายด้วยและตามติดมาด้วยชาวฝรั่งเศส

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแต่แว่นตาคงยังไม่ได้แฟร่หลายอยู่ในหมู่ชาวสยามจนกระทั่งเสียกรุงศรีอยุธยาไปแล้ว

และมีฝั่งรุ่นใหม่เข้ามาค้าขายกับกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์จนเมื่อมีฝรั่งเริ่มเข้ามาตั้งห้างค้าขายในเมืองไทย

ในสมัยรัชกาลที่3-4-5แล้วคนไทยจึงน่าจะได้เริ่มใช้แว่นตากันในยุคนี้เอง แต่เรื่องนี้คงต้องมีนักประวัติศาสตร์เฉพาะ

ทางมาศึกษาค้นคว้ากันอย่างจริงจังจึงจะพอน่าเชื่อถือมากกว่าการคาดเดาเอาเองของผู้เขียนข้อมูลที่ใช้ในการเขียนบท

ความนี้ผู้เขียนได้อ่านมาจากหนังสือชื่อ Spectacle Lens Technology ของ D.F. Horne ซึ่งพิมพ์ในประเทศอังกฤษ

เมื่อ พ.ศ.2521 และผู้เขียนขอขอบพระคุณท่านผู้แต่งหนังสือเล่มนั้นเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ด้วย

เรียบเรียงโดย คุณวัชร ดิสสะมาน

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Mon Jul 25, 2011 12:22 am

ดัน ดัน ดัน อัพ อัพ อัพ

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Wed Jul 27, 2011 8:27 pm

การบริหารดวงตา

กระพริบตาถี่ๆ โดยธรรมชาติแล้ว คนเราจะกระพริบตา 1 ครั้งทุกๆ 4 วินาที แต่จากนี้ไปเมื่อใดก็ตามที่ รู้สึกเมื่อยล้าดวงตา ให้กระพริบตาติดต่อกัน 10 ครั้ง การทำเช่นนี้จะช่วยให้อาการเมื่อยตาบรรเทาลงได้
หลับตาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ประมาณ 1 วินาที แล้วคลายออก จากนั้นใช้ปลายนิ้วก้อยกดนวดเบาๆ ตรงบริเวณใต้ดวงตา แต่อย่าไปเผลอกดตรงดวงตา หรือบริเวณรอบขอบตาเด็ดขาด
กลอกลูกตาไปมา วิธีนี้จะไปช่วยไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อตาทำงานได้ดีขึ้น ให้กลอกลูกตาไปในทิศทางต่างๆ โดยเริ่มจากการกลอกตาจากล่างขึ้นบน แล้วจึงค่อยทำจากซ้ายไปขวา หากรู้สึกปวดหัวให้พักสักห้านาที อย่าฝืนทำต่อ
กลอกลูกตาไปมา แต่ให้จินตนาการว่า เรากำลังเขียนรูปสี่เหลี่ยมอยู่ด้วยดวงตา และพยายามทำให้รูปสี่เหลี่ยมนั้นมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ และอย่าไปตัดมุมสี่เหลี่ยมมุมใดมุมหนึ่งเด็ดขาดกรรมวิธีเช่นนี้เปรียบเสมือนการยืดกล้ามเนื้อของนักกีฬา
ยื่นแขนข้างขวาออกไปข้างหน้าและเลื่อนช้าๆ จนแขนเป็นแนวเดียวกับไหล่ ขณะที่เลื่อนแขนอยู่นั้นก็ให้มองตามโดยไม่ต้องขยับศีรษะเลย พยายามมองปลายนิ้วข้างนั้นให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วค่อยๆ เลื่อนแขนกลับมาข้างหน้าช้าๆ โดยไม่ละสายตาจากปลายนิ้ว จากนั้นให้เปลี่ยนไปใช้กรรมวิธีเช่นนี้กับแขนข้างซ้าย
ให้เท้าข้อศอกลงบนโต๊ะ แล้วเอามือทั้งสองข้างปิดตาไว้ กระพริบตาถี่ 2-3 ครั้ง แล้วจึงหลับตาลง ผ่อนคลายดวงตาและใบหน้าพร้อมกับนั่งนิ่งๆ ในท่านั้นประมาณ 5 นาที แล้วจึงลืมตาขึ้นเอามือออก สิ่งที่ต้องระวังจากการบริหารดวงตาด้วยชีวิตนี้ก็คือ จะต้องไม่ใช้ปลายนิ้วกดลงบนลูกตา หรือส่วนใดส่วนหนึ่งบนใบหน้าอย่างเด็ดขาด ในแต่ละวันจะบริหารดวงตาด้วยวิธีนี้กี่ครั้งก็ได้ เพราะวิธีนี้จะมีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อเราต้องใช้สายตาอย่างหนัก เช่น เพ่งสายตาอยู่กับจอคอมพิวเตอร์นานๆหรือทำงานเย็บปักถักรอยที่ต้องการความ ประณีตสูง
เหลือบตาขึ้นมองเพดานห้องในลักษณะทแยงมุม จากนั้นให้ลดสายตาลงมองพื้นที่อยู่ตรงกันข้าม ให้ทำเช่นเดียวกันนี้ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา และสลับกัน เป็นเซ็ตๆ
กรรมวิธีนี้จะช่วยให้ดวงตาสามารถปรับให้เขากับการเปลี่ยนแปลงของจุดโฟกัส ให้จ้องมองไปที่วัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอยู่ในระยะไกล จากนั้นให้ดวงสายตากลับมายังวัตถุใดๆ ก็ตามที่อยู่ในระยะใกล้เพียงช่วงแขน
การฝึกโยคะในท่านี้ใช้ศีรษะต่างเท้า ถือเป็นวิธีบริหารดวงตาที่ดีมากวิธีหนึ่ง เพราะเลือดที่ตกลงไปที่ศีรษะจะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดรอบดวงตา ซึ่งจะช่วยให้สายตาดีขึ้นอย่างมาก แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถฝึกโยคะท่านี้ได้ จะด้วยความกลัวเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ ก็สามารถปรับเป็นกานนั่งบนเก้าอี้แล้วห้อยศีรษะลงระหว่างเข่าทั้งสองข้าง พยายามให้กระหม่องดิ่งลงไปหาพื้นห้องให้ได้มากที่สุด เมื่อเริ่มต้นบริหารด้วยท่านี้ใหม่ ให้พยายามประคองตัวอยู่ในท่านี้ให้ได้ประมาณ 5 นาที เป็นอย่างน้อย
เป็นการบริหารดวงตาตามหลักอายุรเวทอย่างแท้จริง นั้นคือหลับตาลง แล้วใช้นิ้วนางทั้งสองข้างนวดบนเปลือกตาเบาๆ จากนั้นให้กดปลายนิ้วลงเล็กน้อยเพื่อนวดลูกตา โดยจะต้องนวดเป็นวงรอบๆ ดวงตา ทำครั้งละประมาณ 2-3 นาที

บริหารดวงตาง่ายๆ ทุกคนสามารถทำได้ เปรียบเสมือนการออกกำลังกาย ให้ดวงตาแข็งแรงมีสขุภาพดี และที่สำคัญไม่ควรฝืนทำวิธีใดที่รู้สึกปวดหัว หรือปวดตา

บริหารดวงตาวันละนิด ช่วยยืดอายุการใช้งานของดวงตาได้นานอย่างคาดไม่ถึง

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Fri Jul 29, 2011 12:09 pm

dun dun dun up up up dun dun dun up up up ดันๆๆ

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Sun Aug 14, 2011 2:06 am

แว่นตา ร้านแว่นตาลุกขายแว่นตาแฟชั่นมากมาย กรอบแว่นตาสวยๆหรู และเลนส์แว่นตาบากบิรษัทชั้นนำอย่าง โฮย่า เอสซิลอ นิคอน และเลนส์เกาหลี ท่านสามารถมาเยี่ยมชมเพื่อสั่งซื้อ หรือขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสายตา และการใช้แว่นตา ในชีวิตประจำวัน เรายินดีให้คำแนะนำโดย Optician มืออาชีพ ประสบการณ์สูง

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Sun Aug 21, 2011 2:10 pm

ดันๆ เปิดให้บริการตลอด 24ชม. ครับ

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Mon Sep 12, 2011 6:52 pm

เพิ่มอันดับกระทู้ Embarassed Question Question Question

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Mon Sep 19, 2011 4:18 am

แว่นกันแดด tongue bom cheers cherry

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ●●● แว่นตาหรูๆ ●●●

ตั้งหัวข้อ  taalook on Tue Oct 11, 2011 11:29 am

แว่นๆๆแว่น Mad Mad Rolling Eyes pale pale

taalook

จำนวนข้อความ : 70
Join date : 09/05/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://www.taalook.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 2 จาก 2 Previous  1, 2

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ